วิธีเลือกฟอกอากาศตามขนาดห้องและค่า CADR ให้แม่นยำ ไม่ซื้อผิดไซซ์

ไขข้อสงสัยเรื่องค่า CADR และวิธีคำนวณขนาดเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับห้องแต่ละขนาด พร้อมตารางเทียบและเคล็ดลับอ่านสเปคไม่ให้โดนหลอก

ห้องเล็ก
ห้องกลาง
ห้องใหญ่
CADRลบ.ม./ชม.

หน้านี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับคุณ

หลายคนซื้อเครื่องฟอกอากาศตามงบหรือตามรีวิวในโซเชียล แล้วมาพบทีหลังว่าเครื่องเบาไปสำหรับห้องนอนขนาดใหญ่ หรือแรงเกินความจำเป็นสำหรับห้องเล็กจนเปลืองไฟและเปลืองไส้กรองโดยใช่เหตุ ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากถ้ารู้จักตัวเลขตัวเดียวคือ CADR (Clean Air Delivery Rate)

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า CADR คืออะไร คำนวณยังไงให้พอดีกับขนาดห้องจริง และมีปัจจัยอื่นอะไรบ้างที่ต้องดูควบคู่กันไป เพื่อให้คุณเลือกเครื่องได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องซื้อซ้ำ

CADR คืออะไร และทำไมต้องดูก่อนซื้อ

CADR คือค่าที่บอกว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถผลิต "อากาศสะอาด" ออกมาได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (หรือลูกบาศก์ฟุตต่อนาทีในสเปคบางแบรนด์) โดยทั่วไปจะแยกวัดเป็น 3 ค่า คือ ฝุ่น (Dust), ควัน (Smoke), และละอองเกสร (Pollen) ซึ่งค่าที่คนไทยควรสนใจที่สุดคือ CADR ฝุ่น/ควัน เพราะใกล้เคียงกับ PM2.5 ที่เป็นปัญหาหลักในบ้านเรา

ตัวเลข CADR ยิ่งสูง ยิ่งหมายความว่าเครื่องฟอกอากาศได้เร็วและได้ห้องที่ใหญ่ขึ้น แต่ CADR สูงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเครื่องดีเสมอไป ต้องดูควบคู่กับขนาดห้องจริงที่จะใช้งาน เพราะเครื่องแรงเกินไปในห้องเล็กก็แค่เสียเงินเปล่าโดยไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม

สูตรคำนวณ CADR ให้พอดีกับขนาดห้อง

สูตรที่ใช้กันในอุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศ (อ้างอิงแนวทาง AHAM ของสหรัฐฯ) คือ CADR ควรมีค่าอย่างน้อยประมาณ 2 ใน 3 ของขนาดพื้นที่ห้องเป็นตารางฟุต หรือถ้าคิดเป็นหน่วยเมตริกง่าย ๆ ให้ใช้สูตรคร่าว ๆ นี้แทน

  • วัดพื้นที่ห้องเป็นตารางเมตร (กว้าง x ยาว)
  • คูณด้วย 4 เพื่อให้ได้อากาศหมุนเวียนประมาณ 4-5 รอบต่อชั่วโมง (ACH) ซึ่งเพียงพอสำหรับกรองฝุ่น PM2.5 ในบ้านทั่วไป
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือค่า CADR ขั้นต่ำ (ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง) ที่เครื่องควรทำได้

ตัวอย่างเช่น ห้อง 20 ตร.ม. ควรเลือกเครื่องที่มี CADR ไม่ต่ำกว่า 80 ลบ.ม./ชม. หากต้องการฟอกไวขึ้นสำหรับคนมีภูมิแพ้หรือมีสัตว์เลี้ยง ให้เผื่อ ACH เป็น 6-8 รอบต่อชั่วโมงแทน

ตาราง CADR แนะนำตามขนาดห้อง

ขนาดห้อง (ตร.ม.)CADR ขั้นต่ำ (ลบ.ม./ชม.)เหมาะกับ
10-1550-60ห้องนอนคอนโด ห้องทำงานเล็ก
16-2565-100ห้องนอนใหญ่ ห้องนั่งเล่นคอนโด
26-35105-140ห้องนั่งเล่นบ้านเดี่ยว ห้องรวมครัวเปิด
36-50145-200พื้นที่เปิดโล่งชั้นล่างบ้าน ออฟฟิศขนาดเล็ก

ตัวเลขในตารางเป็นค่าขั้นต่ำสำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าบ้านอยู่ใกล้ถนนใหญ่ มีคนสูบบุหรี่ หรือมีสัตว์เลี้ยงขนยาว แนะนำให้ขยับไปเลือกรุ่นที่ CADR สูงกว่าช่วงนี้อีกหนึ่งระดับ

Shopee — เครื่องฟอกอากาศ — หลังจากเข้าใจสูตรคำนวณ CADR แล้ว ผู้อ่านพร้อมเปรียบเทียบรุ่นและราคาจริงบน Shopee เพื่อหารุ่นที่ CADR ตรงกับขนาดห้องของตัวเอง

ดูราคา Shopee

ปัจจัยอื่นที่ต้องดูควบคู่กับ CADR

CADR เป็นตัวเลขสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ก่อนตัดสินใจซื้อควรเช็คเรื่องเหล่านี้เพิ่มด้วย

  • ชนิดไส้กรอง HEPA: มองหาคำว่า True HEPA หรือ HEPA H13 ขึ้นไป ซึ่งดักฝุ่นขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97% ถ้าเป็นแค่ "HEPA-type" หรือ "HEPA-like" ประสิทธิภาพจะต่ำกว่ามาก
  • เพดานสูง: ถ้าเพดานสูงกว่า 2.5 เมตรทั่วไป (เช่น ห้องโถงสูง 3-4 เมตร) ต้องคำนวณเป็นปริมาตรลูกบาศก์เมตรแทนพื้นที่ตารางเมตร ไม่ใช้สูตรพื้นที่เฉย ๆ
  • ห้องเปิดโล่ง vs ห้องปิด: ห้องที่เชื่อมกับพื้นที่อื่น เช่น ครัวเปิดต่อกับห้องนั่งเล่น ควรรวมพื้นที่ทั้งหมดแล้วเลือก CADR ตามผลรวม ไม่ใช่แยกคิดทีละโซน
  • ระดับเสียง: เครื่อง CADR สูงมักดังขึ้นเมื่อเปิดโหมดแรงสุด ถ้าจะใช้ในห้องนอนตอนกลางคืน ควรดูค่าเดซิเบลที่โหมดต่ำสุดด้วย ไม่ใช่ดูแค่ CADR อย่างเดียว

ตัวอย่างการเลือกตามสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตัวอย่างการเลือกเครื่องตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พบบ่อย

  • คอนโดสตูดิโอ 25 ตร.ม. อยู่คนเดียว: เลือกเครื่อง CADR ราว 80-100 ลบ.ม./ชม. เน้นเสียงเงียบตอนกลางคืนมากกว่าความแรงสูงสุด
  • บ้านมีสัตว์เลี้ยงขนยาว ห้องนั่งเล่น 30 ตร.ม.: เพิ่ม ACH เป็น 6-8 รอบ เลือก CADR อย่างน้อย 150 ลบ.ม./ชม. และเช็คว่ามีชั้นกรองกลิ่น/ขนสัตว์แยกต่างหาก
  • ห้องนอนคนเป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด 15 ตร.ม.: เน้น HEPA H13 ขึ้นไป CADR 60-70 ลบ.ม./ชม. ก็เพียงพอ แต่ควรเปิดทิ้งไว้ตลอดคืนที่โหมดต่ำแทนการเปิดแรงสุดเป็นช่วง ๆ
  • พื้นที่ใช้งานรวมครัวเปิด-ห้องนั่งเล่น 45 ตร.ม.: ต้องมองหาเครื่องระดับ CADR 180 ลบ.ม./ชม. ขึ้นไป หรือพิจารณาใช้ 2 เครื่องแยกโซนแทนเครื่องเดียวตัวใหญ่มาก

    อ่านสเปคจากกล่องสินค้ายังไงไม่ให้โดนหลอก

    ร้านค้าบางเจ้าชอบเขียนแค่ "เหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่ถึง 60 ตร.ม." โดยไม่บอกค่า CADR ตรง ๆ ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่คำนวณจาก ACH แค่ 1-2 รอบต่อชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ฟอกอากาศได้ช้ากว่าที่คาดหวังมาก วิธีเช็คให้ชัวร์คือ

    • มองหาตัวเลข CADR หน่วย ลบ.ม./ชม. หรือ ลบ.ฟุต/นาที (CFM) บนฉลากหรือในสเปคออนไลน์โดยตรง
    • ถ้าไม่มีค่า CADR เลย ให้ลองคำนวณย้อนกลับจากขนาดห้องที่ระบุ หารด้วย 4 (ACH มาตรฐาน) เพื่อประเมินว่าตัวเลขสมเหตุสมผลไหม
    • เปรียบเทียบราคาต่อ CADR (บาทต่อ 1 หน่วย CADR) ระหว่างรุ่นที่สนใจ จะช่วยให้เห็นว่ารุ่นไหนคุ้มค่ากว่าจริง ไม่ใช่แค่ดูราคาป้ายรวม

    หากกำลังเปรียบเทียบรุ่นต่าง ๆ อยู่ ลองเข้าไปดูตัวเลือกเครื่องฟอกอากาศหลากหลายรุ่นและราคาบน Shopee เพื่อเทียบสเปค CADR และรีวิวจากผู้ใช้จริงประกอบการตัดสินใจ

    สรุป: เลือกให้พอดี ไม่ใช่เลือกให้ใหญ่ที่สุด

    หัวใจของการเลือกเครื่องฟอกอากาศไม่ใช่การไล่ซื้อรุ่นที่ CADR สูงที่สุดเท่าที่งบจะไหว แต่คือการจับคู่ CADR ให้พอดีกับขนาดห้องและพฤติกรรมการใช้งานจริง เครื่องที่ "พอดี" จะทำงานเงียบกว่า ประหยัดไฟกว่า และเปลี่ยนไส้กรองน้อยครั้งกว่าเครื่องที่ใหญ่เกินความจำเป็น

    สรุปสั้น ๆ คือ วัดขนาดห้องก่อน คำนวณ CADR ขั้นต่ำด้วยสูตร ACH 4-5 รอบ เผื่อเพิ่มถ้ามีภูมิแพ้หรือสัตว์เลี้ยง แล้วค่อยเทียบราคาต่อ CADR ระหว่างรุ่นที่เข้าเกณฑ์ เท่านี้ก็เลือกเครื่องถูกตัวได้ตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว

    Shopee — เครื่องฟอกอากาศ — หลังอธิบายวิธีอ่านสเปคและเทียบราคาต่อ CADR ผู้อ่านสามารถกดไปดูตัวเลือกจริงเพื่อเทียบสเปคและรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อ

    ดูราคา Shopee

    คำถามที่พบบ่อย

    CADR เท่าไหร่ถึงพอสำหรับห้อง 20 ตร.ม.?

    ใช้สูตรคูณพื้นที่ด้วย 4 (ACH มาตรฐาน) จะได้ CADR ขั้นต่ำประมาณ 80 ลบ.ม./ชม. ถ้ามีภูมิแพ้หรือสัตว์เลี้ยงแนะนำขยับเป็น 100-120 ลบ.ม./ชม.

    เครื่องฟอกอากาศไม่มีค่า CADR บอกในสเปคจะรู้ได้ยังไง?

    ให้ลองคำนวณย้อนกลับจากขนาดห้องที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะสม หารด้วย 4 เพื่อประเมินค่า CADR โดยประมาณ หากตัวเลขต่ำกว่ามาตรฐานมากควรเลี่ยงรุ่นนั้น

    ห้องเพดานสูงต้องคำนวณต่างจากห้องทั่วไปไหม?

    ต้องคิดเป็นปริมาตร (กว้าง x ยาว x สูง) แทนพื้นที่ตารางเมตรเฉย ๆ เพราะห้องเพดานสูงมีอากาศให้ฟอกมากกว่าห้องเพดานมาตรฐานที่พื้นที่เท่ากัน

    ซื้อเครื่อง CADR สูงไว้ก่อนเผื่อครอบคลุมทุกห้องดีไหม?

    ไม่จำเป็นเสมอไป เครื่องใหญ่เกินไปจะเปลืองไฟและเสียงดังขึ้นเมื่อใช้ในห้องเล็ก แนะนำให้เลือกตามขนาดห้องที่ใช้งานจริงเป็นหลัก หรือแยกเครื่องเล็กไปแต่ละห้องแทน